บริการนำเข้าในนามลูกค้า (BL)

เอกสารที่จำเป็นในการนำเข้าสินค้าจากจีนแบบมีใบขนสินค้า ในนามลูกค้า BL มีอะไรบ้าง

1. ในนามนิติบุคคล : หนังสือรับรองบริษัทไม่เกิน 3 เดือน , ภพ.20 , สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมเซนรับรองทุกหน้า+ประทับตรา(ถ้ามี)

2. ในนามบุคคล : สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซนรับรอง

ข้อดี : ใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ นำส่งให้บัญชีได้ครบถ้วน ลงต้นทุนได้จริง

 

 

ลูกค้า CVT CARGO ไม่จำเป็นต้องเหมาตู้จากจีน(FCL)  ส่งมาจำนวนไม่กี่ลังก็สามารถนำเข้านามลูกค้าทั้งนามบริษัท หรือนามบุคคลได้ ช่วยแก้ไขปัญหาหลักๆของคนที่นำเข้าสินค้าจากจีนมาเยอะมีจำนวนมาก โดยเฉพาะขายส่งในไทย 

คาร์โก้นำเข้าจากจีนมาไทย แบบออกใบขนสินค้าขาเข้า เพื่อยื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรหรือตำรวจตรวจสอบได้ #CVT บริการทำBLแบบไม่ต้องเหมาตู้ กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทำการสั่งซื้อทุกครั้ง

CVT CARGO มีบริการนำเข้าแบบมีใบขนสินค้า BL คือ พิธีการนำเข้าจากจีนแบบมีใบขนสินค้า เคลียร์สินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากร พร้อมใบเสียภาษีนำเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม  รวมถึงใบVAT ใบกำกับภาษีต่างๆ ชื่อทุกเอกสารออกในนามบริษัท/ชื่อลูกค้า 

ลูกค้านำเข้าจากจีนที่เน้นขายสินค้ามีจำนวนมาก เปิดหน้าร้าน มีสินค้านำเข้ามากมาย รวมถึงเปิดโกดังให้คนดูเลือกสินค้า  เช่น ไลฟ์สด LIVE เปิดโกดังใหญ่ในไทย ขายออนไลน์ หรือมีหน้าร้านในแหล่งขายส่ง คลองถม ประตูน้ำ แพลตตินั่ม สำเพ็ง

จำเป็นต้องการจัดการเอกสารทั้งระบบการนำเข้าสินค้าและภาษีต่างๆ  เพื่อง่ายกับการยื่นภาษีประจำปีและหมดกังวลกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรในการตรวจสอบสินค้า (กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนการสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง) 


คำถามต่อมาคือ อยากนำเข้าในนามลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นในชื่อลูกค้าหรือในนามบริษัทตัวเอง เสียภาษียังไง ค่าใช้จ่ายเยอะมั้ย ?

ก่อนอื่นภาษีที่เราต้องชำระหลายๆอย่าง และภาษีที่สำคัญในการนำเข้าสินค้ามีอะไรบ้าง?

 

 

ภาษีที่สำคัญในการนำเข้าสินค้ามีอะไรบ้าง?

1. ภาษีอากรขาเข้า

คือ อัตราภาษีที่กรมศุลกากรเรียกเก็บจากการนำของเข้ามาในราชอาณาจักร โดยของบางประเภทเรียกเก็บตามสภาพ บางประเภทเรียกเก็บตามราคา หรือบางประเภทเรียกเก็บทั้งตามสภาพและราคา ตามอัตรา พิกัดศุลกากร ขาเข้า 

ตามสภาพ หมายถึง อัตราที่เรียกเก็บตามจำนวน ปริมาตร ปริมาณ เช่น กระบือตัวละ 500 บาท น้ำมันลิตรละ 0.50 บาท เป็นต้น

ตามราคา หมายถึง อัตราที่เรียกเก็บตามร้อยละของราคาศุลกากร เช่น รองเท้านำเข้า อัตรา 30 % ของราคา ส่วนใหญ่การนำเข้าจากจีนจะอิงจากอัตราตามราคา โดยชิปปิ้งขนส่งจีนไทยที่นำเข้า จะใช้วิธีการขอฟอร์มเพื่อลดหย่อนภาษีให้กับลูกค้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายจุดนี้

2. ภาษีสรรพสามิต

คือ ภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าและบริการบางประเภท  มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้บริโภครับภาระภาษีสูงกว่าปกติ สินค้าและบริการมีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์พิเศษจากภาครัฐ หรือเป็นสินค้าที่บริโภคแล้วมีผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระต่อรัฐบาลในการที่จะต้องสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้บริการแก่ผู้บริโภค หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เช่น เครื่องดื่ม น้ำมัน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือยอชต์ น้ำหอม เครื่องถักทอที่ทำมาจากขนสัตว์ แบตเตอรี่ ไพ่ สุรา และ ยาสูบ เป็นต้น

3. ภาษีเพื่อมหาดไทย

คือ ภาษีเพื่อมหาดไทยจะถูกเรียกเก็บเพิ่มเมื่อสินค้านั้นต้องชำระภาษีสรรพสามิต โดยคำนวณภาษีส่วนนี้จากสูตร ภาษีเพื่อมหาดไทย = ภาษีสรรพสามิต x อัตราภาษีเพื่อมหาดไทย (10%) หรือตามเงื่อนไขอื่นๆ

4. ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT (Value Added Tax)

คือ ภาษีที่มีการเรียกเก็บทั้งการนำเข้าสินค้าจากจีนและการจำหน่ายสินค้าภายในประเทศ เพราะเป็นภาษีที่เรียกเก็บจากมูลค่าส่วนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอนของการผลิตสินค้าหรือบริการ ซึ่งปัจจุบันนั้นมีการเรียกเก็บอยู่ที่ 7 % ซึ่งสำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีนนั้น

 

วิธีการคำนวณภาษีนำเข้า

สูตรการคำนวณภาษีนำเข้าสำหรับหิ้วสินค้าเข้ามาเอง สามารถแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ

1. อากรขาเข้า = ราคาสินค้า x อัตราภาษีขาเข้า

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ราคาสินค้า + อากรขาเข้า) x อัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

3. ภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ = อากรขาเข้า + ภาษีมูลค่าเพิ่ม7%

ตัวอย่าง เช่น กรณีซื้อรองเท้าราคารวม 30,000 บาท จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย แม้จะเป็นของใช้ส่วนตัว แต่มีมูลค่าเกิน 20,000 บาท จึงต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีนำเข้าดังนี้

1.อาการขาเข้า (6,000) = ราคาสินค้า 30,000 x อัตราภาษีขาเข้ากระเป๋า (20%)

2.ภาษีมูลค่าเพิ่ม (2,520) = (ราคาสินค้า 30,000 + อาการขาเข้า 6,000) x ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

3.รวมภาษีทั้งหมดที่ต้องชำระ คือ อากรขาเข้า 6,000 + ภาษีมูลค่าเพิ่ม 2,520 = 8,520 บาท

หมายเหตุ :  พิกัดศุลกากรมีผลกับการนำมาคำนวณอากรขาเข้า หรือสากลเรียกว่า HS Code (Harmonized System Code) คือ ระบบตัวเลขสากล 6 หลัก ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้จำแนกแยกประเภทสินค้าในโลกของเราให้เป็นระบบเดียวกัน ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย World Customs Organization (องค์การศุลกากรโลก)

ซึ่งเป็นองค์กรที่มีสมาชิกมากกว่า 180 ประเทศ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยการจัดหมวดหมู่ของให้เป็นระบบ ด้วย HS Code นี้ส่งผลให้เกิดประโยชน์ทั้งทางด้านสถิติ การจัดเก็บภาษี การค้าระหว่างประเทศ การเก็บค่าธรรมเนียมการขนส่ง อีกทั้งระบบนี้ยังได้รับการยอมรับจาก องค์การการค้าโลก (WTO) ให้เป็นระบบสากลอีกด้วย

ลูกค้าที่ต้องการบริการนำเข้าในนามชื่อลูกค้าหรือนามบริษัทของลูกค้า(BL) หมายถึง การที่ลูกค้าหรือบริษัทลูกค้าเป็นผู้นำเข้ากับกรมศุลกากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารนำเข้าทั้งหมด ถูกกฎหมายเสียภาษีถูกต้องในนามลูกค้า

ค่าใช้จ่ายหลักๆที่จะเพิ่มตามมา นอกจากค่าขนส่งจีนไทย คือ  ค่า Form E  ค่าภาษีนำเข้า(ลดหย่อยได้ในบางสินค้า) ค่าVAT7% / ค่าดำเนินการอื่นๆ

 


สำหรับนิติบุคคล ผู้นำเข้า-ส่งออก ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนกับกรมศุลกากร

ก่อนการนำเข้าในนามลูกค้าBL จำเป็นต้องเตรียมเอกสารดังนี้

1. สำเนาบัตรประชาชน ของกรรมการ ที่สามารถลงนามกระทำการบริษัทได้ตามที่ระบุไว้ในหนังสือรับรอง

ทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง เซ็นชื่อ+ประทับตรา 2 ฉบับ

2. สำเนาภ.พ.20 เซ็นชื่อ+ประทับตรา 2 ฉบับ

3. สำเนาแบงค์ สเตทเมนต์ของบริษัท (ย้อนหลัง 1 เดือน) หรือสำเนาสมุดบัญชี ออมทรัพย์ , BANK Statement หรือ

สำเนาหนังสือรับรองบัญชีที่มีธนาคารเป็นผู้รับรอง เซ็นชื่อ+ประทับตรา 1 ฉบับ

4. สำเนาหนังสือรับรองรวมวัตถุประสงค์ทุกหน้าอายุไม่เกิน 3 เดือน Company Registration Certificate

เซ็นชื่อ+ประทับตรา 1 ฉบับ

5. แบบ บอจ.3 หรือ บอจ.4 หรือ หส.2 (หนังสือรับรองตราประทับของบริษัท Certificate of company Stamp) เซ็นชื่อ+ประทับตรา 1 ฉบับ

**** เซ็นชื่อด้วยปากกาสีน้ำเงินเท่านั้นและรบกวนไม่ประทับตรา ทับลายเซ็น ****หลังจากส่งเอกสารให้ทาง CVT แล้ว ขั้นตอนถัดไปเจ้าหน้าที่จะแจ้งตามลำดับ จนถึงกระบวนการให้โรงงานร้านจีนส่งของไปที่โกดังจีน และทีมงานดำเนินการยื่นเอกสารนำเข้าจนสินค้าถึงโกดังไทย จัดส่งให้ลูกค้าในไทยและเอกสารใบขนสินค้าจัดการส่งให้ตามลำดับ 


อยากทำแบรนด์ของตัวเองให้นำเข้าได้ถูกต้อง

นี่คือทางลัดที่เจ้าของแบรนด์ยุคใหม่ต้องรู้

หลายคนอยากเริ่ม “ทำแบรนด์ของตัวเอง” โดยใช้ฐานการผลิตจากโรงงานจีน — ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องสำอาง, ของใช้ในบ้าน, หรือแม้แต่สินค้าสำหรับเด็ก
แต่เมื่อถึงขั้นตอน “นำเข้ามาขายในไทย” กลับติดปัญหาใหญ่… เพราะไม่มีเอกสารรับรอง หรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นขอใบอนุญาตจากที่ไหนก่อนดี

เราเข้าใจค่ะ เพราะนี่คือ ด่านที่เจ้าของแบรนด์มือใหม่หลายคนสะดุด
และถ้าเอกสารไม่ครบตั้งแต่ต้น ต่อให้สินค้าคุณดีแค่ไหน ก็ขายไม่ได้บนแพลตฟอร์มใหญ่ๆ อย่าง Shopee, Lazada, TikTok Shop หรือห้างค้าปลีกในไทย


บริการใหม่: “นำเข้าพร้อมเอกสารครบ” เพื่อเจ้าของแบรนด์โดยเฉพาะ

1. ใบอนุญาต สมอ. (สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) สำหรับสินค้าที่ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัย 

2. ใบอนุญาต มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) สินค้ากลุ่มนี้ต้องผ่านการรับรองจาก มอก. เพื่อให้สามารถขายได้

 

ทำไมเจ้าของแบรนด์ต้องขอใบอนุญาตมอก. ให้ถูกต้องและมีสินค้าอะไรบ้างที่เจ้าของธุรกิจนิยม

การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปัจจุบันสินค้าที่อยู่ในบัญชี มอก. บังคับ มีมากกว่า 140 รายการ และยังทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามนโยบายคุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค ตัวอย่างคนสั่งของจากเวบจีน

taobao.com,1688.com,tmall.com ที่ยังเข้าใจผิดกันอยู่

ข้อมูลล่าสุดของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ปัจจุบันสินค้าที่อยู่ในบัญชี มอก. บังคับ มีมากกว่า 140 รายการ และยังทยอยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามนโยบายคุ้มครองความปลอดภัยผู้บริโภค ผมขอสรุปตัวอย่างที่คนไทยนิยมสั่งจาก Taobao/1688/Alibaba และมักเป็นจุดที่ผู้นำเข้ารายย่อยสะดุดล้มกันบ่อย ๆ ดังนี้ครับ

กลุ่มที่ "ต้องขอ" มอก. (มอก. บังคับ)

ทั้ง 5 รายการนี้ที่นักธุรกิจนิยมสั่งจากจีน 

  1. พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank) — มอก. 2879-2560 บังคับใช้ตั้งแต่ 16 พ.ย. 2563 เป็นต้นมา ไม่ว่าความจุเท่าไหร่ก็เข้าข่ายทั้งหมด 
  2. อะแดปเตอร์ชาร์จมือถือ/แท็บเล็ต — เป็นสินค้าควบคุมที่ ตำรวจ ปคบ. ลงพื้นที่กวาดล้างอย่างต่อเนื่อง เพราะของจีนราคาถูกที่ไม่มี มอก. มักเป็นต้นเหตุไฟไหม้ 
  3. หม้อหุงข้าวไฟฟ้า — มอก. 1039-2547 หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เฉพาะด้านความปลอดภัย มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 21 ก.พ. 2549 
  4. ปลั๊กพ่วง / รางปลั๊กไฟ — มอก. 2432-2555 (ชุดสายพ่วง) ทุกแบบ ไม่ว่าจะมี USB ในตัวหรือไม่
  5. ไดร์เป่าผม / ที่หนีบผม / เครื่องดูแลผม-ผิว — มอก. 60335 เล่ม 2(23) 2564 ที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 250 โวลต์ มีผลบังคับใช้ภายในเดือนกรกฎาคม 2567

รายการอื่นที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันและพบบ่อย ได้แก่ พัดลมไฟฟ้า, เตารีด, เตาปิ้งย่าง, กระทะไฟฟ้า, หม้ออบลมร้อน, หลอด LED, เครื่องปรับอากาศ, ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า

 

กลุ่มที่ "ไม่ต้องขอ" มอก.

หลักเกณฑ์ที่ สมอ. ใช้ตอบในเว็บบอร์ดทางการคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีแบตเตอรี่ในตัวและชาร์จผ่านสาย USB เท่านั้น ไม่ได้ใช้ไฟตรงจากปลั๊กบ้าน ไม่เข้าข่ายที่ สมอ. ควบคุม การนำเข้าไม่ต้องขอใบอนุญาต มอก. ตัวอย่างที่นิยมสั่งจากจีน

1. พัดลมพกพาชาร์จ USB (พัดลมพกพาตั้งโต๊ะ/พัดลมคล้องคอ)

2. ไม้ตียุงไฟฟ้าแบบชาร์จ USB

3. เครื่องปั่นน้ำผลไม้แบบพกพาชาร์จ USB (Portable Blender)

4. เครื่องทำความชื้น / Humidifier ขนาดเล็กชาร์จ USB

5. เครื่องล้างผัก Ultrasonic / ลำโพง/หูฟังไร้สาย / โคมไฟอัจฉริยะ ชาร์จ USB

 

ข้อควรรู้เพิ่มเติมในฐานะผู้นำเข้าสินค้าจากจีน

หลักจำง่าย ๆ

1. ถ้าสินค้าเสียบปลั๊ก 220V โดยตรง → สันนิษฐานไว้ก่อนว่าต้อง มอก. แต่ถ้าใช้ไฟผ่านพอร์ต USB เท่านั้น (5V) → ส่วนใหญ่ไม่ต้องขอ ยกเว้นตัวพาวเวอร์แบงก์และอะแดปเตอร์ที่เป็นแหล่งจ่ายไฟเอง

2. อย่าฟันธงจากชื่อสินค้า: ทาง สมอ. ตอบเป็นรายผลิตภัณฑ์ ควรส่งสเปก/รูปสินค้าไปสอบถามที่ webboard ของ สมอ. (service.tisi.go.th) ก่อนสั่งล็อตใหญ่

3. ตรวจสอบรายการล่าสุด: ค้นได้ที่ฐานข้อมูล สมอ. → https://appdb.tisi.go.th/tis_dev/p3_tis/p3tis.php (เลือก "แสดงรายการ มอก. บังคับ") เพราะมีการเพิ่มรายการต่อเนื่อง เช่น เครื่องปรับอากาศและมอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่งถูกประกาศเป็นสินค้าควบคุมในชุดล่าสุด

4. เรื่องพิกัดศุลกากร (HS Code) เป็นคนละเรื่องกับ มอก. นะคะ — สินค้าตัวเดียวกัน HS Code ไม่เปลี่ยน แต่สถานะ มอก. อาจเปลี่ยนได้ตามประกาศ สมอ. ดังนั้นควรเช็กทั้งสองส่วนคู่กันทุกครั้งก่อนเปิดใบขนสินค้า

 

ติดต่อสอบถามทีมเอกสารนำเข้า BL ของทาง CVT CARGO ช่องทางด่วน Line @china20baht